Hetalia: Axis Powers - Liechtenstein LuckYimm-Channel

Leverage คืออะไร?


Leverage คืออะไร?
Leverage คือ จำนวนเปอร์เซนที่ได้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณซื้อ 100 หุ้นในตลาดหุ้นโดยที่ราคาหุ้นละ 10 $ ต่อหุ้น คุณต้องใช้เงิน 1000$ เพื่อเปิดการเทรด บางโบรกเกอร์ให้คุณยืมเงินเพื่อเทรดสูงถึง 50-80% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด แทนที่คุณจะใช้เงิน 1000$ แต่คุณกลับใช้แค่ 500 $เท่านั้น เพื่อทำการเทรด สิ่งนี้แหระที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหุ้นได้มาก โดยใช้เงินเท่าเดิม อย่างไรก็ตามทางโบรกเกอร์ก็จะชาร์จกำไรจากการยืมของคุณ หลักการณ์นี้ก็น้ำมาใช้กับตลาดForex แต่โบรกเกอร์ฟอเร็กให้คุณยืมถึง 99 % ของทั้งหมดเพื่อให้คุณเปิดการเทรดและคุณก็ใช้มันเพียงแค่ 1 % เท่านั้น ถ้าคุณต้องการเทรด $1000 คุณใช้มันเพียงแค่ 10 $ นี่แหระครับ คือความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้น และตลาด

ประวัติของตลาด Forex



การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้เริ่มต้นขึ้นในปี1880เริ่มต้นใช้ระบบการเงินที่อ้างอิงจากทองคำซึ่งระบบนี้ถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบการแลกเปลี่ยนแบบเดิมคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดของระบบนี้คือการมีอัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่ระหว่างสกุลเงินของประเทศหนึ่งกับอีกประเทศหนึ่งไม่ว่าจะใช้รูปแบบวิธีการแลกเปลี่ยนแบบใดก็ตาม(ธนบัตรหรือเหรียญ)ระบบนี้ไม่เพียงแค่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินสองชนิดเท่านั้นทั้งยังช่วยควบคุมค่าเงินและทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำด้วย
ในศตวรรษที่ 20 ได้มีการเติบโตของธนาคารต่างชาติอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในอังกฤษมีบริษัทโบรกเกอร์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ40กว่าๆ เฉพาะในลอนดอนในปี1922 และการซื้อขายเงินตราต่างประเทศประมาณครึ่งหนึ่งของทั้งหมดในโลกเป็นการซื้อขายเงินปอนด์ในช่วงเวลานั้น นิวยอร์ค ปารีส และ

Bid Price, Ask Price, bid/ask spread คืออะไร


Bid Price คืออะไร
 คำที่สองที่มีความหมายที่น่าสนใจมากๆ คือคำว่า Bid price โดยคำนี้นั้นหมายความว่า เป็นราคาตลาด หรือราคาที่เราใช้ในการซื้อกันในตลาด forex ที่เป็นราคาปัจจุบัน โดยราคานี้จะอยู่ทางด้านซ้ายมือของราคาที่มีการโชว์ให้เราเห็น เช่น ถ้าเป็น EUR/USD เป็น 1.31176/1.31233 ราคา Bid price คือตัวเลข 1.31176 นั่นก็คือ ราคาที่คุณจะขาย(sell)ที่โบรกเกอร์เสนอให้เรา Bid ใช้กับการเปิดการซื้อ-ขายแบบ short หรือ sell ความหมายของตัวอย่างนี้คือ เรา sell 1 ยูโรแล้วเราจะได้เงิน 1.31176 ดอลล่าร์

Ask Price คืออะไร

คำศัพท์คำแรกที่เราจะต้องศึกษาความหมายกันก่อนคือคำว่า Ask price ก็คือ ราคาที่คุณจะซื้อ(buy) ที่โบรกเกอร์เสนอให้เรา ask ใช้กับการเปิดการซื้อ-ขายแบบ long หรือ buy  ราคานี้จะมีค่าอยู่ในช่องทางขวามือของราคา เช่น EUR/USD เป็น 1.31176/1.31233 Ask Price คือ ราคา 1.31233  นั่นเอง ความหมายของตัวอย่างนี้คือ เราสามารถ buy 1 ยูโรโดยใช้เงิน 1.31233 ดอลล่าร์ บางทีเราก็เรียกราคาตรงนี้ว่า offer price ขึ้นอยู่กับว่าเรานั้นถนัดในการเรียกราคาแบบไหน

bid/ask spread คืออะไร

  คำศัพท์คำที่สามนี้คือคำว่า bid/ask spread คือส่วนต่างระหว่างราคา bid และราคา askโดยปกติแล้วเราจะเอาตัวที่อยู่หลังทศนิยมมาใช้ในการพูด เพราะว่ามันง่ายต่อการที่เราจะพูดและเขียนเพื่อใช้เป็นราคาอ้างอิง ยกตัวอย่างเช่น USD/JPY 123.2323/123.4345 ก็จะนำมาเขียนให้อยู่ในรูปแบบนี้คือ 2323/4345 เป็นต้น
การนับ Spread จะนับค่าเป็น pip สเปรดเปรียบเหมือนค่าธรรมเนียมในการซื้อขายค่าอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละครั้ง โบรกเกอร์จะได้เงินจากส่วนต่างระหว่าง bid และ ask เพราะเราต้องเปิดการซื้อ(แบบ long)ที่ ask แต่เมื่อจะขายปิดการซื้อจะต้องขายที่ bid ครับ ส่วนการซื้อ-ขายแบบ short ก็ตรงข้ามกัน เช่น GBP/USD เป็น1.7445/1.7448  ราคา bid ของ GBP/USD คือ 1.7445 และ ราคา ask คือ 1.7448 ถ้าเราจะซื้อต้องซื้อที่ 1.7448 และถ้าจะขายปิดออเดอร์ต้องขายที่ 1.7445 แปลว่าเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 3 pips และต้องจ่ายทุกๆครั้งในการเปิดออเดอร์ครับ การเข้าออเดอร์ไม่ว่าจะ BUY หรือจะ SELL ในตอนแรกออเดอร์ของเราจะติดลบก่อน ซึ่งนั่นมาจากค่า Spread หรือช่องกว้างระหว่าง Bid และ Ask โดยเราจะต้องเสียค่า Spread เป็นค่าคอมมิชชั่นให้กับทางโบรกเกอร์ นี่คือสิ่งที่ทำให้โบรกเกอร์รวย ดังนั้น การเปิดการซื้อขายแต่ละครั้งต้องคิดเผื่อการจ่ายค่า สเปรด ด้วยยิ่งสเปรดต่ำจะยิ่งดี
ประโยชน์ของการอ่านค่าเหล่านี้เป็น
  เมื่อคุณสามารถอ่านค่าและเรียกความหมายของคำข้างต้นนี้ได้ถูกต้อง ก็จะช่วยให้คุณนั้นสามารถอ่านค่าที่มีการทำนายต่างๆในอินเทอร์เน็ตของคู่เงินตามเว็บไซต์ดังๆอาทิเช่น เว็บไซต์ forexfactory.com เป็นต้น ซึ่งถ้าเรานั้นไม่เข้าใจความหมายเลยก็จะส่งผลให้เมื่อเรานั้นเจอคำเหล่านี้เราก็จะไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริง อาจทำให้เราพลาดโอกาสในการทำเงินได้อย่างเหลือเชื่อเลยก็ได้นะครับ

ข้อควรระวัง

1.อย่าจำตำแหน่งของการใช้คำสับสน ผมยอมรับว่าคำว่า bid และ ask นั้นอาจทำให้คุณมีความสับสนขึ้นมาได้ว่ามันคืออะไร หรือว่ามันจะต้องดูจากทางช่องทางซ้ายหรือช่องทางขวาอย่างนี้เป็นต้น ให้จำว่า “ bid/ask ” และ “ sell/buy ”
2.จงเรียนรู้ความหมายจากประสบการณ์จริง เพื่อให้คุณสามารถเทรดและเข้าใจความหมายได้ดีขึ้น ผมแนะนำให้คุณนั้นทำการทดลองเทรดจริงและเรียนรู้จากประสบการณ์ของจริงเลยน่าจะดีที่สุด ไม่นานประเดี๋ยวก็ชำนาญเองครับ
พอทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำศัพท์เหล่านี้ได้เพิ่มขึ้นมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าคุณสามารถแปลความหมายของคำเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องมันก็จะสามารถช่วยให้คุณนั้นทำความเข้าใจเรื่องต่างๆ และแนวทางในการเทรด forex ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากครับ เป็นการเพิ่มโอกาสในการทำเงินของคุณอย่างง่ายๆเลยครับ

คุณมีสไตล์การเทรดแบบไหน



  สไตล์การเทรด หรือวิธีการเทรดนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การเทรดด้วย สไตร์การเทรดของแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามเอกสักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในบทความนี้เราจะมาเน้นกันที่สไตร์การเทรดว่ามีแบบไหนกันบ้าง และเช็คตัวคุณเองว่ามีหรือไม่มีคุณสมบัติใด และคุณควร หรือ ไม่ควรเทรดแบบไหน อะไรที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด ซึ่งเราจัดเทรดเดอร์ ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

สูตรคำนวนLot ไม่ให้ล้างพอร์ต

  
 
"  จะเปิดLotเท่าไหร่ดีน้าาาา พอร์ตก็ล้างมาหลายรอบแล้วว " จ้องมองที่MT4และบ่นกับตัวเอง  555 และหลังจากนั้นก็ได้เจอสูตรคำนวนชวนปวดหัวมากมายในอินเตอร์เน็ต อ๋อย = ="~~ มึนนจุง!!

   พอดีLYได้เจอหนังสือเล่มนึงชื่อ"สแกนเทคนิคเด็ดๆ เทรด FOREX มีแต่ได้กับได้" เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มีเนื้อที่ดีและอ่านง่ายมากๆ ใครสนใจลองหาซื้ออ่านได้ที่Se-ed นะครับ
ปล.ผู้เขียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับโฆษณาให้หนังสือดังกล่าวนะครับ แค่อยากแนะนำเท่านั้นเอง ^^

เข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากนั้นก็ได้ลองเอาสูตรการคำนวนนี้ไปใช้แล้วค่อนข้างได้ผลดีทีเดียวพอร์ตอยู่ยาวนานมากหลังจากที่เคยล้างมาหลายครั้งหลายคราว 55555

ตารางค่าเฉลี่ย Volatility (Pips)